| |
 |
อีก 30 ปี ธารน้ำแข็งละลายหมด
แดนเนียล
ฮิกเกล แห่งมหาวิทยาลัยเมสสาชูเซตต์ กล่าวว่า"การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก
แม้เพียงเล็กน้อยจะมีผลขยายกว้างเมื่อเกิดขึ้นกับระบบ ชีววิทยาทั้งมวล"
ไข่ของปลาน้ำจืด
จะไวมากต่อการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิของน้ำ หากอุณหภูมิของน้ำ
ในลำธารสูงขึ้น 6 องศา
ฟาเรนไฮต์ ปลาเทร้าในลำธารจะมีชีวิตอยู่ไม่ได้ในช่วงล่างของลำธาร
เขตเทือกเขาแอปปาเลเชียน
แต่ปลาทะเลบางชนิดจะมีพื้นที่หากินมากขึ้นไปในเขตคานาดา อีกราว
300 ไมล์ ซึ่งแต่เดิมขึ้นไป
ไม่ได้เพราะน้ำเย็นจัด จึงเป็นผลดีต่อชาวประมงในแคนาดา
|
มีตัวเลขระบุว่าทุกอุณหภูมิเฉลี่ยที่สูงขึ้น
1.8 องศาฟาเรนไฮต์ จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการทำความอบอุ่นในบ้านเรือนชาวอเมริกา
ลดลงร้อยละ 11 ชาวอเมริกันในเขตเหนือ เช่น รัฐวิสคอนซิล จะลดค่าใช้จ่ายในการขนหิมะทิ้งได้มาก
ขณะที่อุทยานธารน้ำแข็ง
ในรัฐมอนตานาจะสูญเนียรายได้จากการท่องเที่ยวที่เคยได้ปีละ 80 ล้านดอลลาร์
เพราะธารน้ำแข็งจะละลายหมดเมื่อถึงปี 2030
แม้จะยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับโลกใบนี้หากโลกร้อนขึ้น
แต่ที่แน่นอนและเกิดขึ้นแล้ว คือระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นถึง
10 นิ้ว และ IPCC ได้ทำนายว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก 12 นิ้ว ในปี 2050
และเพิ่มเป็น 23 นิ้ว ในปี 2100 สหรัฐจะสูญเสียพื้นที่ชายฝั่งทะเล
ไปราว 10,000 ตารางไมล์ และหากน้ำทะเลสูงขึ้น 2 ฟุต เกาะสมิธในอ่าวเซอปีคที่ชาวเกาะยังคงพูดภาษาอังกฤษแบบสมัยควีนอลิซาเบธ
จะจมหายไปในทะเล ขณะที่ชายหาดที่มอมมัธเคาน์ตี้ ในนิวเจอร์ซี่และชายหาดลองไอแลนด์ในนิวยอร์ค
แม้น้ำทะเลขึ้นสูงเพียง 1 ฟุต
ในปี 2050 หาดจะหดไปราว 100 ฟุต (เสรีภาพ, 2541 : 5-6)
นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นโดยใช้แบบจำลองภูมิอากาศ
โดยอาศัยสมมติฐานที่ว่าถ้าหากปริมาณ
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศของโลกในปี 2100 เพิ่มขึ้นเป็น
2 เท่าจากระดับปัจจุบัน พบว่าอุณหภูมิผิวพื้นโดยเฉลี่ย
ทั่วโลกสูงขึ้นประมาณ 1 ถึง 3.5 องศาเซลเซียส และระดับน้ำทะเลสูงขึ้นประมาณ
15 ถึง 95 เซนติเมตร ซึ่ง ส่งผลต่อระบบนิเวศน์
ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานของมนุษย์ โดยประมาณว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่เพิ่มขึ้น
1 องศาเซลเซียสก็เพียงพอที่จะทำให้เกิด
ผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและการฟื้นฟูสภาพป่า
โดยคาดว่าหนึ่งในสามของป่าที่มีอยู่ทั่วโลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างกว้างขวางด้านชนิดพันธุ์พืช
โดยเฉพาะกับบริเวณละติจูดสูงๆ
ขณะที่ในบริเวณพื้นที่น้ำแข็งปกคลุมประมาณว่าหนึ่งในสามถึงครึ่งหนึ่งของภูเขาน้ำแข็งในปัจจุบันจะหายไปในอีก
100 ปีข้างหน้า
สำหรับภัยต่อมนุษย์นั้น จะเห็นผลชัดเจนกับประชากรบริเวณชายฝั่ง โดยประมาณว่าจะมีประชากรประมาณ
46 ล้านคนต่อปี
ในปัจจุบันที่เสี่ยงภัยต่อน้ำท่วมเนื่องจากคลื่นซัดฝั่ง และหากระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
1 เมตร จำนวนผู้เสี่ยงภัยน้ำท่วมจะสูงถึง 118 ล้านคน
โดยเฉพาะกับประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆ
จากการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
1 เมตร ซึ่งเป็นค่าสูงสุดตามที่ประมาณการสำหรับ
ปี 2100 พบว่าเกาะเล็กๆ และพื้นที่บริเวณปากแม่น้ำเป็นบริเวณที่เสี่ยงภัยสูง
โดยได้ประเมินการสูญเสียแผ่นดินของประเทศต่างๆ
กับระบบป้องกันภัยที่มีอยู่ เช่น ปัจจุบันว่าประเทศอุรุกวัย จะสูญเสียร้อยละ
0.05 อียิปต์ ร้อยละ 1 เนเธอร์แลนด์ ร้อยละ 6 บังคลาเทศ
ร้อยละ 17.5 และร้อยละ 80 สำหรับเกาะปะการังมาจูโรในหมู่เกาะมาร์แชล
และประชากรที่ได้รับผลกระทบจะมีมากประมาณ
70 ล้านคนในจีนและบังคลาเทศ
|